ภาคีวิศวกรเครื่องกลท่านใดต้องการเลื่อนระดับเป็นสามัญวิศวกรเครื่องกล ติดต่อกลับได้ที่ นายจัตุพล ขุนพิลึก สก.3531 มือถือ 081-9970976,089-5823366

สถิติ
เปิดเมื่อ12/10/2011
อัพเดท24/12/2012
ผู้เข้าชม17062
แสดงหน้า26314
เมนู
ปฎิทิน
December 2018
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
      
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
     
AdsOne.com

บทความ

หม้อไอน้ำ
บอยเลอร์ (หม้อต้มไอน้ำ)

การผลิตไอน้ำหรือน้ำร้อนจากหม้อต้มน้ำไปใช้งานนับว่าเป็นเทคโนโลยีที่เก่าแก่ที่ใช้กันอยู่ และเป็นความพยายามที่จะพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัยมากขึ้น ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในการผลิตไอน้ำหรือน้ำร้อนจะเป็นการพัฒนาหม้อต้มน้ำที่มีอยู่เดิม  สิ่งแรกที่พัฒนาคือเรื่องของการควบคุม  ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ประสบความสำเร็จ  
            อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาเชิ้อเพลิงจากฟอสซิล (Fossil Fuels) และการออกกฎหมายเพื่อลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก (Greenhouse Gases) โดยการออกแบบและควบคุมการปฏิบัติงานของหม้อไอน้ำและระบบต่าง ๆ ของหม้อไอน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

          ในสหราชอาณาจักรมีหม้อต้มน้ำอย่างน้อยที่สุด 50,000 ลูก  ซึ่งหม้อต้มน้ำทุกชนิดและในจำนวนที่กล่าวถึงติดตั้งอยู่ในภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ  หม้อต้มน้ำหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นหม้อต้มน้ำที่ใช้น้ำมันหรือแก๊สเป็นเชื้อเพลิง  จะมีโดยปกติ 1 ใน 3 ของหม้อต้มน้ำเหล่านี้มีอายุใช้งานมากกว่า 20 ปี  และจำเป็นต้องหาหม้อต้มน้ำใหม่มาทดแทนภายใน 2-3 ปีข้างหน้า  แนวโน้มสำหรับการติดตั้งหม้อต้มน้ำใหม่จะเป็นไอน้ำที่ใช้แก๊สธรรมชาติหรือใช้แก๊สปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas : LPG) ร่วมกับถ่านหินจะมีจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น  โดยทั่วไปจะใช้กับหม้อต้มน้ำที่มีขนาดใหญ่

          หม้อต้มน้ำส่วนใหญ่ถูกละเลยไม่ได้รับการเอาใจใส่ดูแลเท่าที่ควร  ตราบใดที่หม้อต้มน้ำนั้นยังผลิตน้ำร้อนและไอน้ำได้อย่างปลอดภัย  ตั้งแต่อดีตถึงปีพ.ศ. 2531 (ค.ศ. 1988)  มีการประมาณการว่าหม้อไอน้ำทั้งหมดใช้พลังงานฟอสซิลประมาณ 1.5 เอกซาจูล (EJ)  และจากข้อมูลที่มีการรวบรวมไว้แสดงให้เห็นว่าการปรับปรุงการออกแบบและการใช้งานหม้อไอน้ำ  และระบบการจ่ายไอน้ำจะสามารถประหยัดพลังงานได้ถึง 10%

          ส่วนใหญ่การพัฒนาเทคโนโลยีของหม้อต้มน้ำจะเป็นการพัฒนาการควบคุมและการน้ำความร้อนกลับมาใช้ใหม่ (Heat Recovery)  ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ก็ตาม  แต่ก็ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทั้งในสหราชอาณาจักรและทั่วโลกมาแล้ว

          อย่างไรก็ตาม  โอกาสที่จะหาพลังงานทดแทนและประหยัดเงินในส่วนที่ใช้ไปโดยไม่เกิดประโยชน์ยังมีอีกมาก  โดยขอรับคำแนะนำมาจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งหน่วยงานของรัฐบาล  องค์กรด้านวิชาชีพ  ที่ปรึกษาและผู้ขายอุปกรณ์  นอกจากนั้นแล้วยังมีเหตุผลหลายประการที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้  เช่น

          -  ขาดการติดตามหรือเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ

          -  ขาดวิจารณญาณในเรื่องผลประโยชน์ทางการเงิน

          -  ปัญหาจากที่โครงการประหยัดพลังงานได้รับความสำคัญเป็นอันดับรอง  เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการผลิต

          ดังนั้น วัตถุประสงค์ของแนวทางการปฏิบัติที่ดีก็เพื่อให้ผู้ใช้รายเดิมและผู้ใช้รายใหม่มีโอกาสในการประหยัดค่าใช้จ่าย  ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ได้รับความสำเร็จจากการศึกษาเอกสารเผยแพร่เล่มนี้

          หม้อต้มน้ำที่จะพิจารณากันต่อไปนี้เป็นหม้อต้มน้ำขนาดเล็กและกลางโดยแต่ละลูกมีกำลังผลิตมากกว่า 20 เมกกะวัตต์  โดยเชื้อเพลิงที่ใช้มีทั้งเชื้อเพลิงแข็ง (Solid Fuel)  เชิ้อเพลิงเหลว (Liquid Fuel)  และก๊าซเชื้อเพลิง (Gaseous Fuel)  หม้อต้มน้ำขนาดดังกล่าวมีมากกว่า 90% ของหม้อต้มน้ำที่ติดตั้งอยู่ในราชอาณาจักร

          อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตของแนวทางการปฏิบัตินี้จะไม่มีรายละเอียดในเรื่องของการออกแบบระบบไอน้ำและน้ำร้อน  แต่วัตถุประสงค์ของแนวทางการปฏิบัตินี้จะแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนและวิธีการดำเนินงานที่ไม่มีประสิทธิภาพนั้น  จะเกิดขึ้น ที่ไหน อย่างไร และจะปรับปรุงความไม่มีประสิทธิภาพนั้นทำได้อย่างไร  สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษในการใช้งานหม้อไอน้ำในแต่ละวัน

          เมื่อนำข้อพิจารณาเหล่านี้มาแก้ไขหรือปรับปรุงระบบหม้อไอน้ำแล้ว  ยังมีโอกาสที่ดีที่จะได้พิจารณาถึงการผลิตไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Combined Heat and Power : CHP) มาใช้ประโยชน์  ข้อมูลของ CHP จะหาได้จากส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในแนวทางการปฏิบัติเหล่านี้  ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติได้ให้คำแนะนำไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

           แนวทางการปฏิบัติประกอบด้วย 3 ส่วน

          ส่วน A  จะเกี่ยวข้องกับลักษณะต่าง ๆ ของการออกแบบระบบไอน้ำและน้ำร้อน  ส่วนนี้ให้ความสำคัญในการตรวจสอบเกี่ยวกับไอน้ำและน้ำร้อนซึ่งเป็นตัวกลางในการส่งถ่ายความร้อน (Heat Transport Media)  และประสิทธิภาพทั้งระบบการจ่ายไอน้ำและการนำน้ำควบแน่นกลับมาใช้ใหม่  ระบบน้ำร้อน  รวมทั้งความสำคัญของการเตรียมน้ำป้อนอย่างถูกต้อง  ตลอดจนมีการหุ้มฉนวนภายนอกอย่างเหมาะสม  และเน้นความสำคัญของการตรวจสอบและติดตามอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

          ส่วน B  เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์หม้อไอน้ำและอุปกรณ์ที่ใช้ในการเผาไหม้  การตรวจสอบประเภทของหม้อต้มน้ำหลักที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน  และการพิจารณาถึงข้อดีข้อเสียของการใช้เชื้อเพลิงแต่ละชนิด  รวมทั้งคำนึงถึงประเภทของหัวเผา-หัวพ่นไฟ  และระบบการเผาไหม้  เน้นความสำคัญของการควบคุมมลพิษ  ตอนสุดท้านของส่วน B จะเป็นแนวทางสำหรับการเลือกระบบหม้อไอน้ำ

          ส่วน C  ตรวจสอบศักยภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในการปฏิบัติงานของหม้อไอน้ำ  เพื่อให้แน่ใจในศักยภาพของเครื่องอีโคโนไมเซอร์  การอุ่นอากาศสำหรับเผาไหม้  การปรับความเร็วรอบขงพัดลมและระบบ  การควบคุมระบบให้ทำงานร่วมกัน  ซึ่งแนวทางการปฏิบัติงานเล่มนี้  ได้สรุปขั้นตอนวิธีการปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้พลังงานในหม้อไอน้ำและการปฏิบัติงานในระบบด้วย

          การเรียงลำดับของเนื้อหาได้มาจากข้อมูลที่เคยมีการเผยแพร่  สำหรับในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเผาไหม้ที่ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญที่เน้นในเรื่องของการปฏิบัติงานของหม้อไอน้ำ  นอกจากนั้นคู่มือเล่มนี้จะกล่าวถึงความสำคัญของการจ่ายไอน้ำ  และการใช้ไอน้ำหรือน้ำร้อนที่ผลิตได้  ถึงแม้หม้อต้มน้ำจะมีประสิทธิภาพถึง 80% หรือมากกว่านั้น  แต่ความสามารถเหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์  ถ้าระบบท่อถูกออกแบบมาไม่ดีหรือขั้นตอนการปฏิบัติในการทำงานของการใช้หม้อไอน้ำไม่ถูกต้อง

          โดยทั่วไปถึงแม้จะมีการออกแบบ  และการปฏิบัติงานในระบบการจ่ายไอน้ำเป็นอย่างดีแล้วก็ยังมีการสูญเสียความร้อนประมาณ 10%  แต่ในทางปฏิบัติพบว่าปริมาณการสูญเสียความร้อนดังกล่าวสูงกว่าที่ควรจะเป็น  ซึ่งอาจจะสูงถึง 30% , 40% หรืออาจถึง 50%  ดังนั้น ต้องระลึกเสมอว่าพลังงานที่สูญเสียไปเกิดจากการออกแบบและวิธีการปฏิบัติที่ไม่ดีและไม่สัมพันธ์กันของระบบน้ำป้อน  ไอน้ำและน้ำร้อน  มากกว่าจะเป็นเรื่องสภาวะของการเผาไหม้ภายในหม้อไอน้ำที่ไม่ถูกต้อง

          ดังนั้น สิ่งแรกเมื่อทำการวิเคราะห์หม้อไอน้ำที่ใช้งานอยู่  หรือตัดสินใจที่จะติดตั้งหม้อไอน้ำใหม่  ต้องแน่ใจว่าการจ่ายและการใช้น้ำร้อนหรือไอน้ำมีการสูญเสียน้อยที่สุด  และทันทีที่สามารถแก้ไขการเปลี่ยนรูปพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  หม้อไอน้ำก็จะให้ผลผลิตที่สูงตามไปด้วย